Categories

HELO WORLD

posted on 10 Feb 2010 17:19 by kunlek

Helo people

i'm back from being outta world for long time,

fill up my life with loaded jobs

and just this minute, i 've some leisure moment

and before the new war gonna start again

i just wanna say something on my stupid silent space (this diary ! )

 

Being 30 something is so special  :D

 

 

 

The Greatest hits

posted on 28 Sep 2009 18:31 by kunlek  in left
top 5 moments hit to my heart
 
 
 
1
Twice of Manic Street Preachers concert ...
sort of "lady in the front roll "
 
 
 
 2
when i graduated the bechelor's degree
with a good thesis project
 
 
 
3
the moment in Ogilvy @ Mather
 
 
 
4
one week @ Kereta resort, all by myself, really really good
 
 
 
5
 when i know myself 
 
 
 
 
 
 

สมการเอาตัวรอด

posted on 23 Sep 2009 10:33 by kunlek  in right

ทำงานนานๆ เข้าก็แป่กฮะ  ต้องงัดมุกเดิมๆ คืองัดเอา layout เก่ามาดัดแปลงแล้วขายใหม่---สมการง่ายๆ คือ ของเก่า + เทคนิคใหม่ๆ อีกนิด = ของใหม่ !  

 

Everything but the girl เป็นอีกวงที่ดัดแปลงตัวเองจนสามารถเอาตัวรอดได้จนถึงปัจจับันนี้  แบนด์นี้ตะกอ่นทำเพลงออกแนว  electronica pop แต่ก็ยังไม่ดังเปรี้ยงปร้าง...แฟนเพลงมีเยอะแยะมากมาย จึงไม่ขอเล่าอะไรมากเกี่ยวกะแบนด์นี้ 

แบนด์นี้ มี 2 ท่าน คือ คุณ Tracy Thorn นักร้องนำและคุณ Ben Watt ทำส่วนของดนตรีและเนื้อเพลง

 


 

ที่มาของชื่อวงก็จ๊าบสุดๆ คือมันมาจากร้านเฟอร์นิเจอร์ร้านหนึ่งชื่อร้านว่า " TURNERS"  ร้านนี้เค้าเคลมสินค้าในร้านเค้าว่า"For your bedroom needs, we have everything but the girl."  

 

>>> เอาตัวรอดครั้งแรกในปี 1994 , ทำเพลงผู้ใหญ่สับสนในชีวติมาหลายชุด..EBTG  เริ่มออกอาการ dark ! .....ไอ้อาการนี้มาออกกะเพลง Protection ซึ่งเป็นเพลงที่ทำกะ Massive Attack  แล้วก็ดังกระเจิดกระเจิงไปเรย....ใครทำเพลงกะ Massive Attack ได้นี่คิดว่า ต้องพิจารณาตัวเองเสียใหม่ว่าไม่ใช่เพลงป๊อบแล้ว...เพลงนี้ดังจิง เพราะรู้จัก EBTG ครั้งแรกก็เพลงนี้ล่ะ

 

>>> เอาตัวรอดที่สองในปี 1995 ,  ในที่สุดพระเจ้าก็ประทานเส้นทางที่ถูกต้องให้กับ EBTG...เพลง Missing รุ่นเต้น ก็ออกมาฮะ  mix โดย Terry Todd   missing เป็นเพลงเก่าของ EBTG เอง แต่ original มันก็ธรรมดาๆ อะฮะ พอเอามา mix ใหม่ก็จ๊าบสุดๆ....เพลงแนวใหม่ ก็มาพร้อมภาพลักษณ์ซิ่งๆ กว่าเดิมจำได้ว่าฟังเพลงนี้ครั้งแรกตอนอยู่มหาลัย ...คุณ BEN กับผม  skinhead แบบนี้เวิร์กมาก.

 

 

 

 

 

 

นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา...

ทั้งคู่ก็หันเข้าหาเพลงแนว club house ทันที... ต้องขอบคุณ EBTG ที่คิดได้ว่าต้องมาเส้นทางนี้....มันทำให้เราได้ฟัง track  classic อย่าง By Your Side  ของ SADE ในเวอร์ชั่น ดีดๆ เด้งๆ ที่ mix โดย Ben Watt.....มีมาให้ฟังเปรียบเทียบทั้งแบบ original และแบบ mixed

 

By your side ---SADE 

 

 

 By your side ----Lazy Dog ( Ben Watt mix )

 

Ben Watt ออกอาการเต้นอย่างเป็นเรื่องเป็นราว หลักฐานคือการตั้งคลับชื่อว่า Lazy Dog...ที่คลับสุดคูลนี้ คุณ Ben ก็เอาเพลงเก่าๆ ของชาวบ้านไม่ก็เพลงของตัวเองมา remixed ปู้ยี่ปู้ยำ จนหนำแก่ใจ และถูกใจชาว clubber เป็นอย่างมาก จนสามารถเอามารวมทำเป็นอัลบั้ม  Lazy dog ได้หลายอัลบั้มแน่ะ

 

ส่วนแบนด์  BBTG เอง  ก็ออกอัลบั้มแนว  remix เช่นกัน...ล่าสุดที่ยอมลงทุนซื้อแผ่น ( เพราะตอนนั้นยังโหลดเพลงไม่เก่ง   )   คือ   Adapt or Die : Ten years of Remixes   ฟังชื่ออัลบั้มสิฮะ...ประกาศจุดยิืนมาก กูต้อง adapt ไม่งั้นวงกูเจ๊งแน่ !.... ชุดนี้ให้ dj หลายท่านมาช่วยกัน mix เพลงเก่าๆ ของ EBTG  แต่ไม่ใช่แนว club house เต้นกระเจิง....เป็นแนว dark mix ซะมากกว่า...เอาตัวรอดไปได้อย่างสง่างาม.. เย่ เย่ เย่

 

 

 

 

 

when " Respect is Burning " !

posted on 22 Sep 2009 10:14 by kunlek  in right

 

Respect is burning 

คนบ้าเพลง house ต้องรู้จักคำนี้กันทุกท่าน 

ใครแปลออก ช่วยบอกด้วย เพราะไม่ว่าจะแปลไงก็ตลกอยู่ดี 

 

เทพ Dimitri from Paris ก็สังกัดค่ายเพลงนี้ 

แต่ล่ะ  track พริ้วมากมาย ใครหัดฟัง house หรือใครมีประสบการณ์เลวร้ายกะ house ห่วยๆ

ต้องมาเริ่มกันใหม่กะ Dimitri from Paris นี่แหละ...นุ่มหูสุดแล้วฮะ

เพลงจะ ดีด เด้ง เฟี้ยวฟ้าว แบบไฮโซอะฮะ ไม่เต้นมากมายแต่ก็คุณนายดี 

 

ไม่รู้จะเขียนอะไรนอกจากให้ไปฟังเอาเอง 

 

  

นี้เป็น track แรก Nyce & Slo ของอัลบั้ม After the Playboy Mansion

 

 

 อันนี้ track 13  Talkin' all that jazz จากอัลบั้ม  A night at the playboy masion 

 

 

 

แม้จะหน้าตาคล้ายผู้ก่อการร้ายภาคใต้ แต่ดูๆ แล้ว ต้องเป็นชายสุภาพมาก

เพราะดูจากการแต่งกายใส่สูทผูกหูกระต่าย mix เพลงแล้ว

ให้รางวัล dj มารยาทงามแห่งโลกไปเลย 

 

ตา dimitri นี่วันๆ หมกอยู่แต่ใน playboy mansion ฮะ ชื่อแต่ล่ะอัลบั้มจะประมาณนี้หมด 

อัลบั้มแรกๆ จะออกฝรั่งเศษจ๋าๆ  ฟังกี่ทีก็เฉยๆ ติดหูอยู่ไม่กี่เพลง

ส่วนตัวชอบพวกอัลบั้มหลัง ๆ ตั้งกะ after the playboy mansion เป็นต้นมาจนปัจจุบัน

 

 mv ไม่มีเร๊ยย  หาใน youtube ไงก็ไม่มี

ไปเดิมตาม สีลม ละกันนะฮะ มีขายทุกอัลบั้มแน่นอน 

 

 

 

 

 

 

 

ญี่ปุ่นบ้า

posted on 01 Sep 2009 14:25 by kunlek  in right

 

Orange Pekoe  ออเร้นจ์ เป๊กโกะ

{ The term Orange Pekoe is used in the tea industry to describe a basic medium grade black tea consisting of many single whole tea leaves of a specific size, and is often treated as a description for the consumer as though it were a specific variety of black tea.}

 

 

Duo Jazz ที่ทำ jazz  หวาน ฟังง่ายๆ

ประกอบไปด้วยชายหนึ่ง คือคุณKazuma Fujimoto (guitar, composition, arrangement and programming)

และหญิงหนึ่ง  คุณTomoko Nagashima (lyrics, and all vocals)

 

ที่ต้องบอกว่าบ้า เพราะอีวงนี้ มันบ้าจิงๆนะ

เพลงแต่ละเพลง จะมีเครื่องดนตรีฟูลสตรีมมากๆ

ดีเทลเพรียบ...มีรายละเอียดยิบๆๆๆๆๆๆ

เราก็แยกไม่เป็นหรอกว่ามีอะไรมั่ง

 แต่ที่แน่ๆ มีกีตาร์ กลอง กะพวก percussion ทั้งหลาย

คุณโทโมโกะ ร้องเก่งสุดๆ พลังเสียงบ้าคลั่ง  แต่บาง track ก็หวานๆ ซูโค่ย มากๆ

ลองจิ้มไปดูใน u tube ได้

 


 

เพลงนี้เป็น track 2 ในอัลบั้ม Organic Plastic Music (ประมาณปี2003)

แล้วทุกเพลงในอัลบั้ม เสียงกลองจะเครซี่มาก  ชอบ ชอบ ชอบ 

แต่ก็มีเพื่อนเราบอกว่าพวกวง jazz กลองกะเบสจะเครซี่แบบนี้แหละ 

 

ชอบอัลบั้มนี้มากกว่าทุกอัลบั้ม เพราะฟังง่ายๆ ใครได้ฟังก็น่าจะเลิฟ

อัลบั้มหลังๆ คุณๆ เค้าเริ่มบ้าหนักกว่าเดิม

เน้นเครื่องดนตรี จนฟังยากเกินไปนิด

เสียดายที่ไม่รู้ว่ามันร้องอะไร เพราะแปลไม่ออก 

แต่ดนตรีใช้ความรู้สึก มากกว่าความเข้าใจ

เรยทำให้หลงเลิฟวงนี้มากมาย

ปิดท้ายเอาไปอีกหนึ่งเพลง...ปริ๊ง...ง...งง...ง 

 

 

 

 

high and dry

posted on 01 Sep 2009 10:38 by kunlek  in right
 
 
 
 
   
 

 
Two jumps in a week, I bet you think that's pretty clever don't you boy.
Flying on your motorcycle, watching all the ground beneath you drop.
You'd kill yourself for recognition; kill yourself to never ever stop.
You broke another mirror; you're turning into something you are not.

Don't leave me high, don't leave me dry
Don't leave me high, don't leave me dry

Drying up in conversation, you will be the one who cannot talk.
All your insides fall to pieces, you just sit there wishing you could still make love
They're the ones who'll hate you when you think you've got the world all sussed out
They're the ones who'll spit at you. You will be the one screaming out.

Don't leave me high, don't leave me dry
Don't leave me high, don't leave me dry

It's the best thing that you've ever had,
the best thing that you've ever, ever had.
It's the best thing that you've ever had;
the best thing you've had has gone away.

Don't leave me high, don't leave me dry
Don't leave me high, don't leave me dry
Don't leave me high, don't leave me high
Don't leave me dry.
 

 
ล่าสุดไปเที่ยวหัวหิน ตกดึกไปนั่งเล่นที่ "เพลินวาน"
ที่นี่เค้ามีเล่นสด พวกเพลง old school ล้วนๆ
เพื่อนชายท่านหนึ่งที่ไปด้วยกัน กะลังโบร๊กเค่นฮาร์ท
เปรยขึ้นมาว่า อยากฟัง high and dry
.........สมแล้วที่เป็นชายอกหัก
เพราะเพลงแม่งโคดอกหักเรย 
 
 ด้วยความที่ความรู้น้อยแปลออกมั่ง ไม่ออกมั่ง ก็เรยต้องค้นคว้าเพื่อดูว่าจิงๆแล้ว
เพลงนี้มันพูดถึงอะไร เรยได้รู้ว่า มันพูดถึง เรื่อลำนึงที่ถูกคลื่นซัดมาจนเกยตื้น
แต่แล้วพอคลื่นสงบ  เรือลำนี้ก็ยังเกยตื้นอยู่ลำเดียวโดดเดี่ยว
ไม่มีใครสนใจ  และไม่สามารถกลับไปลอยในทะเลได้อีก
....เหงาสิฮะ เจอแบบนี้...
 
 
รวมๆ แล้วคือ อย่าปล่อยหนูไว้โดยไม่สนใจ อย่าละทิ้งหนู...เศร้าชิปหาย
ถ้าใครคนไหนโดน leave me high and dry
ให้พูดกะตัวเองไว้เรยว่า " ทุกข์ก็ให้รู้ว่าทุกข์"  
 
 
You'd kill yourself for recognition; kill yourself to never ever stop.
อันนี้น่าประทับใจมากฮะ ที่ฝรั่งมันเข้าใจเรื่องกรรม
คนอกหักจะไร้ค่า จนอยากตายๆ ไปซะ
...กูมันไม่มีค่า !!! ตายไป หล่อนยังจะจดจำกูซะมากกว่าตอนกูมีชีวิตอยู่ ! 
 เออ..จิง หล่อนจะจำได้ว่ามึงนี่โง่ชิปหาย
ดีแล้วที่กูเลิก (ท่านเคร้าเซอร์ แห่ง DMC  มาเอง)
 
 เฮ้อ...เสียชาติเกิดว่ะ
อย่าคิดนะว่าฆ่าตัวตายไปหนึ่งครั้งจะแก้ปัญหาได้...ข่าวดีคือ "ตัวกู" ตัวนี้
ก็ต้องเกิดมาฆ่าตัวตายอีกหลายล้านรอบเรยล่ะ...
และความจริงที่ว่าหล่อนไม่รักก็ไม่มีวันสูญไปหรอก
.....never ever stop  ย่ะ.
 
 
 
การฆ่าตัวตายทำได้ง่ายๆ เวลาไร้สติเท่านั้น
และการไม่มีสติเกิดจากใจที่ไม่เป็นกลาง....ทำไมไม่เป็นกลาง ? 
 
เพราะเป็นพวกสุดโต่ง  เช่นรักตัวเองมากไป หรือไม่ก็เกลียดตัวเองมากไป 
 
ไม่รู้จิตใจตัวเองว่ากะลังรู้สึกอะไรอยู่ ณ ปัจจุบัน
 
ปล่อยจิตใจให้ "หลง"  ไปกับอดีต และ "เพลิน" ไปกับสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้น 
 
 หลงคิดไปว่า กายนี้ ใจนี้ หนังหน้าแบบนี้ คือตัวกู
 
เพราฉะนั้น >>> กูเจ็บ กู hurt กูโดนแฟนทิ้ง หล่อนทิ้งกู
กูทนไม่ไหว ไหนๆ กูก็ไร้ตัวตนสำหรับหล่อน
กูก็ตายดีกว่า เพราะกูจะได้ไม่เจ็บ ไม่ hurt ไม่โดนทิ้ง
 กู..กู...กู..กู  and กู 
 

 
ตัว"กู" นี้ไม่ได้โดนทิ้งหรอกฮะ
เพราะจิงๆ แล้ว ไม่มี "กู" ในโลกนี้หรอก
มีแต่ กายนี้ ที่คุณอาศััยอยู่ มีแต่จิตนี้ ที่คุณเอาไว้คิดนู่นนี่
 
เค้าบอกว่าร่างกายมันหิวข้าว
แต่ใจเรา หิวอารมณ์นะฮะ
ฉะนัั้นใจมันไม่หยุดสร้างอารมณ์ต่างๆ หรอก เพราะมันหิวทั้งวัน
มันจะเกิดจะดับ สลับไปตลอดเวลา
มีอารมณ์ สุข ทุกข์ ร่าเริง เกลียด โมโห หิวข้าว เบื่อ
เฉยๆ รัก หมดรัก รำคาญ เกลียด แอ๊บแบ๊ว สับสน อมทุกข์ เหงา
.....สลับสับเปลี่ยนตลอดเวลา เราไปบังคับอะไรไม่ได้
 
 
  ถ้าเข้าใจความจริงของธรรมชาติตรงนี้ 
ความเป็นกลางจะเกิดขึ้นได้ฮะ
เพราะ กาย กะ ใจ เป็นของที่ฝืนกฏธรรมชาติไม่ได้

 
  เพราะฉะนั้น ไอ้พวกที่ชอบทำตัวเศร้าๆ อะ เพราะเค้าชอบเองฮะ
กดใจตัวเองให้เคล้าคลอเคลียร์กะจิตเศร้าๆ จนเป็นนิสัย
ซักพักพอหายเศร้า ดวงจิตที่เศร้ามันดับลง
แทนที่จะปล่อยให้อารมณ์อื่นๆ เข้าแทรกตามธรรมชาติ
ก็ดันสร้างอารมร์เศร้าแบบเดิมๆ ขึ้นมาย้อมใจอีกรอบ
.......มันเพลินดี ติดนิสัย โดยไม่รู้ตัว
เรียกได้ว่า ซ้อมตกนรกตั้งกะยังไม่ตาย
 

 
It's the best thing that you've ever had;
the best thing you've had has gone away.
ลุง Thom Yorke เค้าก็เก่งอีกแล้วฮะ
เนื้อเพลงท่อนนี้ พูดถึงกฏไตรลักษณ์ ชัดๆ 
 ในเนื้อเพลงก็บอกเรยว่า
"สิ่งที่ดีที่สุดที่คุณเคยมี  สิ่งที่ดีที่สุดที่มีอยู่ได้จากไปแล้ว"
  
ถูกต้องที่สุดฮะลุง Thom
เพราะไม่มีความรู้สึกไหน อารมณ์ไหน หรือสิ่งใด ครองโลกนี้ตลอดไปหรอกฮะ...
มันมีขึ้นมา แล้วเด๋วแม่งก็หมดไป..มันอยู่ภายใต้กฏไตรลักษณ์ทั้งสิ้น >>  เกิดขึ้น  ตั้งอยู่  ดับไป
จะช้าหรือเร็ว, จะ 1 ชั่วโมง หรือ 10 ปี ก็ต้องจากไป ดับไป ไม่มีอะไรถาวร
 
รู้งี้แล้ว รีบๆ หายทุกข์หายเศร้าเถอะนะ
มันเสียเวลา  เอาเวลาไปทำอะไรที่คุ้มค่า  ให้สมกับที่ได้เกิดมาเป็นคนดีกว่าฮะ
 
 Don't leave this body high
don't leave this mind dry
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

อ้วน !

posted on 23 Jul 2009 14:31 by kunlek  in left

 

การไป hang out 1 ครั้ง  ใช้พลังงานเยอะ 

ทั้งแด๊นซ์ ทั้งดิ้น ไหนจะต้องใช้แรงประคองตัวเองให้ไม่ล้มโดยเฉพาะสาวๆ ที่ต้องใส่ส้นสูง  แถมยังต้องเข้มแข็งเวลาโดนชะนี่อื่นเซมาปะทะ  มือก็ต้องถือขวดในมั่น และต้องว่องไวพอจะหลบบุหรี่จากคนข้างๆ  ... ใช้พลังงานเยอะ ก็ต้องกินให้เยอะด้วย พอกินให้เยอะ ก็ต้อง dance ให้เยอะด้วย ไม่งั้นไม่สมดุล

 

 

ก่อนเข้าร้านมีกิจกรรมดังต่อไปนี้

1. ชาวแก๊งค์มาไม่ค่อยพร้อมกัน ระหว่างรอดื่มชาเขียวรส  original ไปหนึ่งขวด 250cc.  =  110 calories 

 

2. นัดเจอกันที่สยามก่อน มากันได้ซัก 2-3 คน แวะกินราดหน้าที่ new light เอาแรงก่อนนะ 1 ชาม 354 g. = 397 calories 

 

3. เวลา 2 ทุ่ม..ท่านที่เหลือโทรมาแจ้งว่า ให้มารอแถวๆ ร้านเรย เพราะว่าจะได้สะดวก...โอเค โอเค ไปก็ได้   ทุกท่านต่างรวมกลุ่มกันที่ร้านเตี๋ยวเนื้อจักรพรรดิ   นั่งรอเฉยๆ ก็ไงๆ อยู่ เรยต้องสั่งมากินซักหน่อย เตี๋ยวเนื้อ 1 ชาม 447 g. = 226 calories 

 

 4.เย่...สามทุ่ม ครื่ง  ใครมาไม่มาไม่สนแล้ว เข้าร้านเรยดีก่า....

 

  • เบียร์ 1 ขวด 100 ml = 44  calories   ดื่มได้กันคนละกี่ขวดก็คูณกันไปนะฮะ
  • ปีกไก่ทอดคิดเป็นต่อชิ้น ก็  1ชิ้น = 103 calories 
  • มันฝรั่งทอด 100 ml.= 535 calories 
  • บางท่านสั่งเป็นเหล้านะฮะ ปริมาณเหล้า 28 ml =75 calories   บวก coke ด้วยนะฮะ ก็ 100 ml = 41 calories  แต่ถ้าเป็น Diet Coke   100 ml. = 0.5  calories 

 

 

เวลาผ่านไปๆๆๆๆ  ไวเหมือนโกหก ตีหนึ่งแล้วเพื่อนๆ   ร้านเค้าเปิดเพลง slow แล้ว....เชื่อว่าหลายๆท่านเริ่มหิวกันอีกแล้วใช้ม๊า.....งี๊ มันต้องถอนฮะ

 

โจ๊กบางกอก 1 ชาม 415 g. = 231 calories 

 

เย่ เย่...เริ่มมีแรงขับรถกลับบ้าน ..ขับรถถึงบ้านโดยสวัสดิภาพทุกท่านนะจ๊าาาา....zzz..z..zz...z.z.......z

 

และแล้วก็เช้าวันใหม่  แน่นอนว่ามันต้องเริ่มด้วยกาแฟ ...

กาแฟร้อนใส่นมน้ำตาล 1ถ้วย =  246 calories

เปิดตู้เย็น เจออะไรกินได้ก็เอาเข้า microwave เรย เช่น กับข้าวที่บ้านทำเหลือไว้เมื่อวาน  น้ำเต้าหู้  ปลาท่องโก๋  ปลาทอด น้ำแกง  ผัดผัก  ลามไปถึงขนมถุงๆ ของหลาน อัดๆๆๆ มันเข้าไป เพราะตอนเช้าหลังเที่ยวนี่มันแสนจะหิวฮะ...นั่งกินไปดู tv ไป ซักพักก็เริ่มรู้สึกตัวว่า ยังง่วงอยู่เรยนิ  แถมวันนี้ก็เป็นวันเสาร์ งั้นขอนอนต่อนะ zzz.z...z.....zz...

 

 กิจกรรม hang out จบลงบริบูรณ์...วงจรอุบาทว์แห่งความอ้วนชัดๆ อ่า..า..า  ความอ้วนมันมาง๊าย ง่ายเนาะ...ฉะนั่น ชาวแก๊งค์ทุกท่าน...เต้นต่อไปฮะ อย่าหยุด! เราต้องการการเผาผลาญ !!

 

เหมือนที่ Daft Punk บอกไว้ล่ะฮะ

" One more time ,

We gonna celebrate,

oh yeah alright,

Don't stop the dancing..."

 

      

 

 

 

 

 

scam vs. you vs. ku

posted on 29 Jun 2009 10:25 by kunlek  in left

 

หวัดดี ชาวเอเจนซี่ 

ตั้งกะทำงานมา ก็ถือ account ธรรมดาๆ มาตลอดชีวิตการทำงาน แต่ก็พอจะเคยไปพวกงานประกวดโฆษณาและก็ตามดูงานของฝรั่งบ้างอะไรบ้าง เห็นงานเจ๋งๆ แล้วชื่นชมในไอเดียและวิธีคิดงาน creative มากๆ 

 

 

งานส่วนใหญ่ที่เอามาประกวดแข่งขันกัน ก็เป็นอะไรที่เราๆ เรียกกันว่า scam สิ่งที่เข้าข่าย scam ก็อย่างเช่น

 

a. มี product จริง มี brief จริง แต่ชิ้นงานที่ส่งประกวด เป็นเลย์เอ้าท์ที่เรารัก แต่ลูกค้าไม่ซื้อ

 

b. มี product จริง แต่ brief โม้ขึ้นมาเอง ขอความกรุณาคุณลูกค้า ขอยืม brand ไปทำส่งประกวดหน่อยนะ

 

c. มี product จริง แต่ brief โม้ขึ้นมาเอง และตัวเจ้าของ product ไม่ได้รู้เรื่องไรด้วยเรย 

 

d. ไม่มี product จริง ไม่มี brand นี้จิงๆในตลาด และไม่มี brief จริง  ทุกอย่าง กรูโม้หมดเรย

 

 <<< อันนี้ด้วยความสงสัยบวกจับผิดลองไป search ดูแล้ว ไม่มีสินค้ายี่ห้อนี้อะ    อันสุดท้ายนี่น่าจะหนักข้อสุด 555 

 

งาน scam พวกนี้ คือที่ระบายออกทางไอเดียของเหล่าทีม creative  มันมันส์ มันท้าทาย มันcool มันได้ปลดปล่อย และที่สำคัญมันได้ ranking ฮะ  ...ranking นี่แสนจะสำคัญ มันบ่งบอกความเก่ง ความเทพ ได้เรย...เราเองไม่ได้ทำงานพวกนี้หรอก แต่มีเพื่อนๆที่รู้จักก็ได้ส่งประกวดเหมือนกัน ...สู้ สู้ fighting น๊าาา

 

เวลาเค้าตั้งใจทำกันสุดๆ แล้วผลออกมา มันไม่ได้ซักกะรางวัลนี่  อารมณ์แป้ก จะลอยละล่องอยู่เต็มออฟฟิศเรยฮะ ... คงเคยเห็นเด็กอยากได้ลูกโป่ง แล้วหม่ามี๊ไม่ซื้อให้ใช่มะฮะ  มันอยากจะวี๊ดๆๆๆ  กรี๊ดๆๆๆ  ดิ้นพล่านๆๆๆ  แด่วๆๆๆๆ  กลางพื้นเรย .... นั่นล่ะฮะ  คิดว่าน่าจะคล้ายๆกัน  ลูกโป่งกะ granprix, gold, silver, bronze ก็คงจะคล้ายๆ กันนะฮะ .... คือมัน อยาก  แต่มัน อด  

  

มีผู้ใหญ่หลายท่านก็เริ่มมีไอเดียกะงานประกวดต่างชาติ ว่ามันควรทำอย่างพอดีๆ นะฮะ ลองอ่านเล่นๆ ดู  http://www.kosanathai.com/event/view.asp?GID=8&ID=226 

 

กลับมาพูดเรื่อง "อยาก" ต่อ....ทำไมเวลาอยากแล้วอด มันถึงได้ทรมานจังเรย ?  เค้าว่ากันว่า  เพราะว่าเราคิดว่าไอ้ของที่เราอยากได้ มันต้องเป็นของเราไงฮะ...แม่งโคดคิดไปเองเรยอะ พวกคุณนี่มันเป็นพวก ดช.อุปทาน ไม่ก็ ดญ.อุปทาน ....ไปถามไอ้หัวสิงห์มันหรือยัง ว่ามันอยากจะมาอยู่กะเราอ๊ะป่าว.... ถ้ามันเป็นของเราจิงๆ เราไม่ต้องมานั่งโม้งาน โม้โจทย์ โม้เลย์เอ้าท์ แล้วเอาไปประกวด แล้วรอให้พวกกรรมการเค้ามาตัดสินแทนเราหรอกฮะ...เพราะไอ้รางวัลพวกนั้นอะ เค้าก็โม้ขึ้นมาอีกทีเหมือนกัน...เอางี้สิ..ก็เดินไปหยิบมาเรยเพ่ !  ก็ชอบอะ  ชอบสิงโตสีทองๆ  มีไรปะ 

 

ลองคิดดูดีๆ สิฮะว่า ถ้าเราได้รางวัลอยู่ในมือเราเนี่ยะแหละ แต่ไม่มีใครชื่นชม  ไม่มีใครยกย่อง  ทุกคนทำหน้าเฉยๆ  มันก็ไม่มีค่าอะไรเนาะ...ที่แท้แล้วเราพอใจเสียงชม เสียงยกยย่องว่าตัวเราเก่งหยั่งงู๊นหยั่งงี้จากคนรอบข้างตังหากล่ะ แต่เผอิญว่าถ้าไปประกวดด้วยเนี่ย เสียงยกย่องมันออกมาจากไมโครโฟนฮะ  มันดังสนั่น hall ดี  55555  !  แหม....อย่าๆๆ  อย่าปฎิเสธนะ ว่าไม่ได้ชอบให้คนชมว่าเก่ง  ว่าไม่ได้หลงตัวเองอะ โดนจับได้ก็อย่าอายเรยฮะ  ใครๆ ก็เป็นกันทั้งนั้น   เราก็เป็น   ...แต่อารมณ์ cool โคดๆ หรือ แป้กโคดๆ มันก็อยู่ให้หัวเราแค่ว๊าบเดียวเองอะ...ไม่นาน ไม่ทน และไม่จริง....เอาเป็นว่าทำงานรางวัลก็ดี หรือทำงานตามโจทย์ก็ดี    ดีไปหมดอะ แค่ว่าทำแล้ว happy ก็โอแล้ว

 

scam ก็สมมติ

you ก็สมมติ

ku ก็สมมติ

เอาแน่เอานอนอะไรก็ไม่เห็นได้เรย...เด๋วปีหน้าเทรนด์งานก็เปลี่ยนอีกละ  เหนื่อยว่ะ..นั่งตามกระแสเนี่ยะ...แค่ตัว ku ของ ku ก็ตามใจกันไม่ไหวแล้ว ยังต้องมาตามใจกรรมการอีก  เพื่อนๆคนไหนโดนเจ้านายกดดันให้ทำ awards อยู่ ก็สู้ๆ นะจ๊าาาาาาาา......เอาใจช่วย 

 

ไปก่อนล่ะ   ฟิ๊ว..ว..ว..ว.....วววว

 

 

  

 

 

 

 

 

 

 

ถ้าชาติหน้ามีจริง.....

posted on 22 Jun 2009 09:55 by kunlek  in left

 

 

เคยคิดมี๊ยว่าถ้าชาติหน้ามีจริง จะขอ จะทำ หรือจะเป็น อะไร ?

 

ตอนเป็นเด็กน้อย ก็เคยคิดว่าถ้าชาติหน้ามีจริง ของเกิดเป็นนางงามจักรวาล !  คือเวลาดูพวกประกวดนางงามแล้วรู้สึกว่า นางงามนี่ช่างสง่างาม และทรงคุณค่าเสียยจริงๆ เธอคนนั้นต้องใช้ชีวิตประดุจเทพธิดา มีขี้ข้ารายรอบคอยเอาอกเอาใจ   นี่แหละคุณค่าที่เราคู่ควร ! 

 

โตขึ้นมาหน่อย ซักประถมปลายๆ  เริ่มมีสมองกะเค้าบ้าง ก็เริ่มอยากเป็นนายก!  ขอให้ชาติหน้าเกิดมาเก่งๆฮะ อยากปกครองประเทศ ! เพราะว่ารู้สึกว่าที่สุดของบุคคลสำคัญเนี่ยะ ก็ต้องนายกเนี่ยะแหละ ช่างเก่งกล้า และสง่างาม  ใครๆ ก็นับถือ

 

พออยู่ ม1. สมองเร่ิมปรุงแต่งมากขึ้น เริ่มมีการเหยียดเพศอยู่ในหัว   รู้สึกว่าการเกิดเป็นผู้หยิงแท้จริงแสนลำบาก  ชาติหน้ามีจริงหนูขอเกิดเป็นผู้ชายนะฮะ  เพราะเป็นผู้หญิง ต้องท้องและต้องเบ่งลูก!!!  เป็นอะไรที่เด็กน้อยอย่างเรานึกภาพตามแล้วรับไม่ได้  มัน จอเอะบอ.....เจ็บ   และที่สำคัญ ต้องแต่งชุดยุวกาชาดด้วย! เป็นชุดที่น่าเกลียดและไร้รสนิยมม๊ากกกก  หนูไม่ love  

 

เวลานี้  ชีวิตแสนจะดีและเข้าที่เข้าทาง แต่กลับได้เรียนรู้อะไรเพิ่มขึ้นอย่างหนึ่งว่า ไอ้อะไรที่เราคิดว่าดี ว่าสุข ว่าสบายน่ะ มันอยู่บนพื้นฐานของหลักไตรลักษณ์ ล้วนๆ ฮะ.....เพราะฉะนั้น ในหัวตอนนี้ก็เริ่มปักหมุดตั้งเป้าหมายให้ตัวเองไว้แล้วว่า...ถ้าชาติหน้ามีจริง  ก็เรืื่องของมัน !! เพราะขอไม่เกิดอีกแล้วฮะ   คริ คริ คริ ใครจะว่าบ้าก็เชิญ  เพราะว่า

 

"กรูหายโง่แล้วโว๊ยย..ยย..ยยย.ย" 

 

 

 

 

 

 

 

ออกเดทกะพี่บึ้ก

posted on 19 Jun 2009 14:23 by kunlek  in left